D. Specification and Services FibreGlass ความหมาย การสั่งผลิต ติดตั้ง ออกแบบ ผลทดสอบการรับแรง-สารเคมี

FRP FibreGlass Grating Services and Specification(Chemical Resitance, Load Ability, Cutting Method)
ระยะเผื่อของบ่ารับตะแกรง – การสั่งปิดขอบ – วิธีตัดตะแกรง – ผลทดสอบการรับแรง ตารางการทนต่อสารเคมี ของตะแกรงไฟเบอร์กล๊าส

วิธีการเผื่อระยะความกว้าง สูง ของเหล็กฉากบ่ารับแผ่นตะแกรง
Designing Space between Grating and L-Angle
วิธีการติดตั้งตะแกรงระบายน้ำ ควรออกแบบเตรียมบ่ารับให้กว้างและสูงพอดีกับแผ่นตะแกรง เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัยของการใช้งาน การติดตั้งตะแกรงระบายน้ำจะต้องออกแบบเตรียมบ่ารองรับให้กว้างและสูงพอดีกับแผ่นตะแกรงระบายน้ำ โดยมาตรฐานทั่วไป ตะแกรงเหล็กและพลาสติคมีความกว้าง 2 ขนาด ได้แก่กว้าง 25cm. และ 30cm. ดังนั้นบ่ารับตะแกรง(รูปตัว L) จะต้องใช้เหล็กฉากวางลงไปก่อนเทคอนกรีต โดยเว้นความสูงไว้ 25-30mm. (ขึ้นอยู่กับประเภทของตะแกรง)เพื่อให้ตะแกรงที่วางลงไปเสมอพอดีกับพื้น ไม่สะดุดเวลารถเข็นหรือคนเดินผ่าน ส่วนความกว้างของบ่ารับเมื่อวัดแล้วจะต้องเว้นเผื่อไว้ 5-10mm. ดังนี้

ระยะความกว้างของบ่ารับแผ่นเกรตติ้ง จะต้องบวกเพิ่มข้างละ 3-5mm. รวม 2 ข้างเป็น 6-10mm. 
Ex-1 กรณีใช้ตะแกรง กว้าง 25cm. จะต้องเตรียมบ่ารับเผื่อไว้ = 25.5-26.0 cm. 
Ex-2 กรณีใช้ตะแกรง กว้าง 30cm. จะต้องเตรียมบ่ารับเผื่อไว้ = 30.5-31.0 cm. 

รูปภาพแสดง วิธีการติดตั้งเหล็กฉาก รองรับตะแกรงระบายน้ำ 
ความสูง ของเหล็กฉากที่เหมาะสม เพื่อให้ตะแกรงไม่ต่ำหรือสูงกว่าระดับพื้น ไม่สะดุดมีเสียงดัง 
ใช้เหล็กฉากรองรับ วางลงไปก่อนเทคอนกรีต ให้พอดีกับความสูงตะแกรง โดยปกติเหล็กฉาก สูง 25-30 มม. (เคลียร์ใน หรือ L ใน) ความสูงของเหล็กฉากควรเท่ากันพอดีกับความสูงของตะแกรงที่นำมาวาง เพื่อให้ตะแกรงที่วางลงไปเสมอพอดีกับพื้น ไม่สะดุดเวลารถเข็นหรือคนเดินผ่าน 

ความกว้าง ของเหล็กฉากที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถวางตะแกรงได้ไม่คับแน่นหรือล่วงหล่นลงไป 
ส่วนความกว้างของบ่ารับเมื่อวัดแล้วจะต้องเว้นเผื่อความกว้างของตะแกรงจริงๆ ไว้ 5-10mm. ดังนี้ ระยะความกว้างของบ่ารับแผ่นตะแกรงเกรตติ้ง จะต้องบวกเพิ่มข้างละ 3-5mm. รวม 2 ข้างเป็น 6-10mm.

ตารางการออกแบบ ตรวจสอบ การสั่งตัดให้ปิดขอบพอดี ตะแกรงไฟเบอร์กล๊าส FRP Grating Cutting Design for 4-Sides-Close-End 

ตะแกรง FRP สามารถสั่งตัดได้ทุกขนาด จากแผ่นใหญ่มาตรฐาน 1.5×4 เมตร หลังการตัดถ้าไม่ออกแบบให้พอดีจะทำให้เกิดเป็นรอยแง่งที่ไม่ลงตัว ลักษณะเหมือนการเปิดขอบ ดังนั้นถ้าหากต้องการให้ปิดขอบพอดี จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับตารางการปิดขอบก่อนสั่งตัด

Ready Stock Sales Wareshouse of FRP grating & Hotdip Galvanized Bar Steel Grating สต๊อคพร้อมส่ง ตะแกรงเหล็กแผ่นเชื่อมสำเร็จรูป ขนาด 25×100ซม. และ 30×100ซม. 
ตะแกรงระบายน้ำขนาด 25×100ซม. และ 30×100ซม. ถือเป็นขนาดมาตรฐาน ที่ทางบริษัทฯมีสต๊อคพร้อมให้ลูกค้ารับสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลิต นอกเหนือจากตะแกรงเหล็กเชื่อมชุบกันสนิม Hot Dip Galvanized Steel Grating ลูกค้ายังสามารถเลือกประเภทวัสดุของตะแกรงระบายน้ำได้อีกหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานในแต่ละพื้นที่ เช่น ตะแกรงน้ำล้นรอบขอบสระว่ายน้ำ ABS Overflow Swimming Grating, ตะแกรงพลาสติคพีพีชนิดแข็งเหนียวพิเศษ PP Polypropylene Grating และ ตะแกรงไฟเบอร์กล๊าส FRP FibreGlass Grating เราเป็นบริษัทผู้ผลิตที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะงานตะแกรงระบายน้ำมาตรฐานสำเร็จรูปทุกประเภท ประกอบไปด้วย เหล็กบันไดกันลื่น ราวกันตก ตะแกรงระบายน้ำ ตะแกรงทางเดิน ฝาท่อระบายน้ำ เหมาะสำหรับห้องครัว โรงอาหาร โรงงาน ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด สระว่ายน้ำ บ่อเลี้ยงปลา ทางเดินยกระดับในสนาม ฯลฯ

คุณสมบัติ ที่มา ความหมายของไฟเบอร์กล๊าสเสริมแรง GFRP FiberGlass Vinyl Resin Food Grade

ไฟเบอร์กล๊าสคืออะไร | FibreGlass Definition

ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส เป็นคำแปลมาจากคำว่า Fiberglass Reinforced Plastic หรือ Glass Reinforced Composite หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใส่วัสดุอื่นเพื่อเสริมความแข็งแรง (มีวัสดุมากกว่า 2 ชนิดมาประสานกัน) วัสดุที่นำมาเสริมแรงให้พลาสติกคือ “ใยแก้ว” ซึ่งมีลักษณะอ่อนนุ่มแต่เหนียว ทนความร้อนได้สูง ส่วนพลาสติกที่นำมาใช้เป็นเนื้อ ต้องเป็นชนิดที่มีความแข็งมาก ซึ่งถ้าไม่มีการเสริมแรงแล้วจะเปราะ ดังนั้นเราจึงเลือกเอาพลาสติกประเภท โพลิเอสเทอร์เรซิ่น ไวนิลเอสเทอร์เรซิ่น และอีพอกซี่เรซิ่น พลาสติกจำพวกนี้เป็นพลาสติกเหลวซึ่งภายหลังจากการผสมกับ ตัวช่วยเร่งปฏิกิริยา หรือ ตัวทำให้แข็ง แล้วจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี มีความร้อนเกิดขึ้นสูงกว่า100?C. แล้วจะเปลี่ยนเป็นพลาสติกแข็งและจะไม่คืนรูปอีกซึ่งเรียกว่ากระบวนการ เทอร์โมเซ็ตติ้ง(Thermoseting)
ดังนั้นการสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาโดยวิธีการดังกล่าวแล้ว จึงเรียกได้ว่าเป็น ผลิตภัณฑ์พลาสติกเสริมแรง ด้วยใยแก้ว หรือ FRP ซึ่งเราเรียกง่ายๆ ว่า ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กลาส หรือ ผลิตภัณฑ์เอฟอาร์พี
ไฟเบอร์กลาสหรือเส้นใยแก้วแบ่งได้เป็นสองประเภทตามลักษณะของเส้นใย คือเส้นใยต่อเนื่องคล้ายกับเส้นด้าย (ดังรูป 1) ที่สามารถนำมาถักทอให้เป็นผืนผ้า (fiberglass fabric) (ดังรูป 2) ผ้าที่ได้จะไม่ดูดซึมน้ำ ไม่หดตัว ป้องกันความร้อนได้ดี ส่วนมากจะนำไปใช้ในด้านอุตสาหกรรม เช่น ทำเป็นผ้าม่านกันสะเก็ดไฟ ส่วนเส้นใยแก้วอีกประเภทหนึ่งจะเป็นเส้นใยที่สั้นไม่ต่อเนื่อง มักนำมาใช้ทำเป็นฉนวนกันความร้อน และ ฉนวนกันเสียง ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นหนานุ่ม (ดังรูป 3)
ส่วนผสมหลักที่ใช้ผลิตเส้นใยแก้วคือ ทรายแก้ว (silica sand) ใช้เป็นสารสร้างแก้ว โซดาแอช (soda ash)และ หินปูน (limestone) สารสองอย่างหลังจะช่วยลดจุดหลอมเหลว นอกจากส่วนผสมหลักทั้งสามแล้วอาจมีส่วนผสมอื่นๆที่ใช้เพื่อปรับปรุงสมบัติต่างๆของเส้นใยแก้วเช่น บอแรกซ์ (borax) ฟันหินม้า (feldspar) แคลไซน์อะลูมินา (calcined alumina) แมกนีไซต์ (magnesite) เนฟฟีลีนไซยาไนต์ (nepheline syenite) และ ดินขาวเคโอลิน (kaolin clay)

Definition of polyester resin 
any of various synthetic resins or plastics consisting of or made from polyesters: such as a resin that has the same chemical composition as the common polyester fiber but that is extruded as a film (as for use in packaging, as electrical insulation, or as a base for magnetic recording tapes) c : a thermosetting resin that is made from an unsaturated polyester (as one formed from a glycol and maleic acid or fumaric acid), cured by copolymerization (as with styrene), and often reinforced with fillers (as glass fibers) and that is used chiefly in impregnating and laminating and in making cast and molded products

For the thermal insulation material sometimes called fiberglass, see glass wool. For the glass fiber itself, also sometimes called fiberglass, see glass fiber. For similar composite materials in which the reinforcement fiber is carbon fibers, see carbon-fiber-reinforced polymer. Fiberglass (or fibreglass) is a type of fiber-reinforced plastic where the reinforcement fiber is specifically glass fiber. The glass fiber may be randomly arranged, flattened into a sheet (called a chopped strand mat), or woven into a fabric. The plastic matrix may be a thermosetting plastic – most often epoxy, polyester resin – or vinylester, or a thermoplastic.
The glass fibers are made of various types of glass depending upon the fiberglass use. These glasses all contain silica or silicate, with varying amounts of oxides of calcium, magnesium, and sometimes boron. To be used in fiberglass, glass fibers have to be made with very low levels of defects.
Fiberglass is a strong lightweight material and is used for many products. Although it is not as strong and stiff as composites based on carbon fiber, it is less brittle, and its raw materials are much cheaper. Its bulk strength and weight are also better than many metals, and it can be more readily molded into complex shapes. Applications of fiberglass include aircraft, boats, automobiles, bath tubs and enclosures, swimming pools, hot tubs, septic tanks, water tanks, roofing, pipes, cladding, casts, surfboards, and external door skins.
Other common names for fiberglass are glass-reinforced plastic (GRP),[1] glass-fiber reinforced plastic (GFRP)[2] or GFK (from German: Glasfaserverst?rkter Kunststoff). Because glass fiber itself is sometimes referred to as “fiberglass”, the composite is also called “fiberglass reinforced plastic.” This article will adopt the convention that “fiberglass” refers to the complete glass fiber reinforced composite material, rather than only to the glass fiber within it.

 

ที่มาเกี่ยวกับไฟเบอร์กลาส | History of FRP FibreGlass

บางคนรู้จัก”ไฟเบอร์กลาส”ว่าเป็นวัสดุผสม หรือพลาสติกเสริมแรง ใช้ผลิตเป็นหลังคา รถกระบะ หรืออ่างอาบน้ำ แต่แท้จริงแล้ว “ไฟเบอร์กลาส” ก็คือ “เส้นใยแก้ว” มีความหมาย ที่แปลตรงตัว เส้นใยแก้วถูกนำไปใช้เป็นวัสดุช่วยเสริมแรงให้กับพลาสติกเรซิน และขึ้นรูป เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น หลังคารถกระบะ อ่างอาบน้ำ เรือ ชิ้นส่วนเครื่องบินเล็ก ถังน้ำขนาด ใหญ่ ชิ้นส่วนรถแข่ง ผลิตภัณฑ์คอนกรีตเสริมใยแก้ว(Glass Reinforced Concrete, GRC) เป็นต้น นอกจากสมบัติความแข็งแรง ทนแรงดึงได้สูงมากแล้ว เส้นใยแก้วยังมีสมบัติด้าน การเป็นฉนวนความร้อน ถูกใช้เป็นฉนวนในเตา ตู้เย็น หรือวัสดุก่อสร้าง นอกจากนั้น เส้นใยแก้วสามารถทอเป็นผืนผ้า เย็บเป็นชิ้น และด้วยโครงสร้างที่ทำให้ ผลิตภัณฑ์ทำจาก เส้นใยแก้วมีช่องว่างภายใน ที่ถูกดักเก็บไว้ทำให้มีความสามารถในการป้องกันความร้อนได้ดี เหมาะที่จะทำผ้าหนุนด้านใน เพื่อเป็นฉนวนที่ดีเช่นเดียวกับที่ใช้กับตู้เย็นหรือเสื้อหนาว ผ้าจากเส้นใยแก้วไม่มีการดูดซึมน้ำ ใช้เป็นผ้ากันน้ำ ไม่เกิดการหดตัวและไม่เกิดผลเสีย จากน้ำ
เส้นใยแก้วมีขนาดและความยาวหลากหลายขนาด เส้นใยอาจยาวเหมือนเส้นด้าย ยาวมากไปจนถึงเส้นใยที่สั้นมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เส้นใยแก้วผลิตจากส่วนประกอบ ของทรายแก้ว หินปูน หินฟันม้า เติมกรดบอริกและสารเติมแต่งอื่นๆ ถูกหลอมเหลวภายใน เตาไฟฟ้าที่อุณหภูมิสูงมากถึง 1370 องศาเซลเซียส ซึ่งหากมีการควบคุมคุณภาพส่วนผสม เป็นอย่างดี ให้มีความบริสุทธิ์ ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นลูกแก้วเพื่อคัดเลือกลูกแก้วที่ดี มาหลอมเป็นน้ำแก้วใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้น จะเข้าสู่กระบวนการรีดเป็นเส้นใยยาว โดยเส้นใยถูกดึงออกจากหัวรีด และถูกม้วนเก็บด้วยความเร็วที่สูงกว่าความเร็วของใยแก้ว ที่ถูกอัดออกจากหัวรีด ซึ่งเท่ากับเป็นการยืดดึงในขณะที่เส้นใยยังอ่อนตัว ได้เส้นใยขนาด เล็กลงก่อนการแข็งตัว เส้นใยยาวนี้มักนิยมใช้ทำผ้าม่าน หากต้องการทำเป็นเส้นใยสั้น ก็จะถูกตัดด้วยแรงลมให้มีความยาวแตกต่างกันออกไป ซึ่งนิยมนำไปทำผลิตภัณฑ์เทปหรือผ้า ในงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันเสียง อุณหภูมิและไฟ
“ไฟเบอร์กลาส” ในภาษาของวัสดุเสริมแรงที่รู้จักทั่วไป ในการทำหลังคารถกระบะ หรือชิ้นส่วนที่ต้องการความแข็งแรงนั้น ผลิตจากการนำชิ้นส่วนต้นแบบมาขัดผิวด้านนอกด้วย ขี้ผึ้งถอดแบบ วางผ้าใยแก้วบนชิ้นส่วนต้นแบบ ทาด้วยเรซินที่ผสมตัวทำให้แข็งให้มีความหนา ตามต้องการ เมื่อเรซินแข็งตัวแล้วดึงชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสออกจากชิ้นส่วนต้นแบบ นำมาขัด แต่งผิวด้านนอกให้เรียบร้อย การสร้างชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสจากวิธีนี้จะขาดรายละเอียดและ ความสวยงาม แตกต่างจากวิธีที่ใช้แม่พิมพ์ ซึ่งเหมาะสำหรับชิ้นส่วนจำนวนมาก แต่มีขั้นตอน ยุ่งยากกว่าวิธีแรก โดยเราต้องสร้างแม่พิมพ์ขึ้นมาจากชิ้นส่วนต้นแบบเสียก่อน เมื่อได้แม่พิมพ์ แล้วจึงนำมาสร้างชิ้นส่วนไฟเบอร์กลาสที่ต้องการ ชิ้นส่วนที่สร้างขึ้นมามีความสวยงามเหมือนกับ ต้นแบบทุกประการ และสามารถเสริมความแข็งแรงในบริเวณที่ต้องการโดยเพิ่มความหนา ของใยแก้วหลายๆ ชั้น
ไฟเบอร์กลาสผลิตขึ้นจากสารเคมีและวัสดุหลายชนิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ดวงตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น จึงควรระมัดระวังและใส่อุปกรณ์ป้องกัน ในขณะที่ทำ ชิ้นส่วนจากไฟเบอร์กลาส
Glass fibers have been produced for centuries, but mass production of glass strands was accidentally discovered in 1932 when Games Slayter, a researcher at Owens-Illinois, directed a jet of compressed air at a stream of molten glass and produced fibers. A patent for this method of producing glass wool was first applied for in 1933.Owens joined with the Corning company in 1935 and the method was adapted by Owens Corning to produce its patented “fibreglas” (one “s”) in 1936. Originally, fibreglas was a glass wool with fibers entrapping a great deal of gas, making it useful as an insulator, especially at high temperatures.
A suitable resin for combining the “fibreglass” with a plastic to produce a composite material was developed in 1936 by du Pont. The first ancestor of modern polyester resins is Cyanamid’s resin of 1942. Peroxide curing systems were used by then. With the combination of fiberglass and resin the gas content of the material was replaced by plastic. This reduced the insulation properties to values typical of the plastic, but now for the first time the composite showed great strength and promise as a structural and building material. Confusingly, many glass fiber composites continued to be called “fiberglass” (as a generic name) and the name was also used for the low-density glass wool product containing gas instead of plastic.
Ray Greene of Owens Corning is credited with producing the first composite boat in 1937, but did not proceed further at the time due to the brittle nature of the plastic used. In 1939 Russia was reported to have constructed a passenger boat of plastic materials, and the United States a fuselage and wings of an aircraft. The first car to have a fiber-glass body was a 1946 prototype of the Stout Scarab, but the model did not enter production.

Grating Know-How ดูข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/FrpGrating.ManholeCover


โพลีเอสเตอร์เรซิ่น

เป็นพลาสติกเหลวชนิดหนึ่ง มีลักษณะค้นคล้ายน้ำมันเครื่อง กลิ่นฉุนแข็งตัวด้วยความร้อนสูง เป็นวัตถุไวไฟชนิดหนึ่ง มีอตราการหดตัว 2-8% หลังเซทตัวเต็มที่ เรซิ่นสามารถหล่อขึ้นรูปได้มากมายหลากหลายรูปแบบ เรซิ่นสำหรับหล่องานทั่วไป หล่อพระ หล่อของที่ระลึก หล่อตุ๊กตาฯลฯ เรซิ่นสำหรับหล่องานไฟเบอร์กลาส และเรซิ่นสำหรับงานเคลือบ เช่น งานเคลือบกรอบรูปวิทยาศาสตร์ ในขณะทำการหล่อ เรซิ่นจะปล่อยกลิ่นเคมีออกมาซึ่งมีกลิ่นเหม็นฉุน ดังนั้นสถานที่ทำงานควรเป็นที่โปร่งอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ควรทำงานในสถานที่ที่เป็นห้องทึบตัน และไม่มีการไหลเวียนของอากาศหรือการระบายอากาศที่ดีพอ

เรซิ่นแยกตามเกรดของคุณสมบัติของเนื้อเรซิ่นคือ

1. เกรด ortho-phthalic type คือชนิดเกรดใช้งานได้ทั่วไป
2. เกรด isophthalic type คือชนิดที่ทนกรด-ด่างได้ดี
3. เกรด bisphenol type คือชนิดที่ทนกรด-ด่างสูง
4. เกรด chlorendics type ชนิดทนดรก-ด่าง สูง
5. เกรด vinyl ester คือชนิดที่ทนกรด-ด่างสูงมาก แข็งแรง มีคุณสมบัติที่เป็นรองแค่ epoxy resin

เรซิ่นแยกตามเนื้อเป็น 2 แบบ คือ

1. nonpromote คือเรซิ่นชนิดที่ยังไม่ผสมสารช่วยเร่งปฏิกิริยา ลักษณะของเนื้อเรซิ่นจะเป็นของเหลวค้นคล้ายน้ำมัน มีใสใสอมเหลือง จุดเด่นคือมีอายุการเก็บ 3 เดือน( สำหรับประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนชื้นควรใช้ให้หมดภายใน 1เดือน เพราะเมื่อเข้าสู่เดือนที่2และ3 เรซิ่นจะเริ่มมีความหนดข้นขึ้นเรื่อยๆ) และยังสามารถประยุกต์สูตรได้อีกมากมาย เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบงานต่างๆ โพลีเอสเทอร์เรซิ่น ชนิด non promote
2. promote คือเรซิ่นชนิดที่ผสมสารช่วยเร่งฯ มาแล้ว ลักษณะของเนื้อเรซิ่นจะเป็นของเหลวค้นคล้ายน้ำมันเครื่อง แต่มีสีชมพูบานเย็นเพราะเป็นเรซิ่นที่ได้ผสมสารช่วยเร่งปฏิกิริยาแล้ว เมื่อนำมาใช้งานก็แค่เติมสารเร่งฯลงไป ในเรื่องของสีเรซิ่นนั้นบางบริษัทผู้ผลิดอาจมีการใช้สารช่วยเร่งที่แตกต่างดังนั้นเรซิ่นชนิดผสมสารช่วยเร่งบางตัวจะมีสีอล้ำคล้ายน้ำเฉาก๊วย และสำหรับชนิดที่ใช้กับงานหล่อใสแล้วเรซิ่นจะมีสี ใสอมน้ำเงินอ่อนๆ จุดเด่นคือใช้งานง่ายและคล่อง ไม่ยุ่งยาก แต่ข้อเสียคือมีอายุการเก็บสั้น อายุการเก็บไม่เกิน 2 เดือน ในการใช้งานจริงควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน


Grating Know-How ดูข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/GratingThai

คุณสมบัติของโพลีเอสเทอร์เรซิ่น

เรซิ่นเป็นพลาสติกหล่อที่มีคุณสมบัติทั้งทางกายภาพ ทางไฟฟ้า และทางเคมี
คุณสมบัติทางกายภาพ มีคุณสมบัติให้เนื้อแข็ง ใส เงา ทนอุณหภูมิสูงดีกว่าพลาสติกชนิดเทอร์โมพลาสติก ( termoplastic ) แต่น้อยกว่าโลหะ เมื่อเสริมแรงด้วยใยแก้ว จะได้ความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้น มีความเบา แข็งแรงเหนียว ไม่เปราะ คุณสมบัติทางไฟฟ้า เรซิ่นมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่ครบถ้วน สามารถนำไปใช้เป็นฉนวนไฟฟ้า ( insulator ) ได้

ลักษณะการใช้งานของโพลีเอสเตอร์เรซิ่น

เรซิ่นนำไปใช้งานได้มากมายหลายกลุ่มงาน แต่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆที่นิยมใช้ในบ้านเรา ได้แก่
1. กลุ่มงานหล่อ ( casting ) เช่นหล่อพระ หล่อของชำร่วย หล่อตุกตา หล่อกระดุม หล่อแก้วเทียม ฯลฯ
2. กลุ่มงานเคลือบ ( laminate ) เช่นงานเคลือบกรอบรูปวิทยาศาสตร์
3. กลุ่มงานขึ้นรูปแบบ ( molding ) เช่นการผลิตงานไฟเบอร์กลาส หรือ FRP ( fiberglass reinforce plastic ) พลาสติกเสริมแรงด้วยใยแก้ว

การแข็งตัวของเรซิ่น

โพลีเอสเทอร์เรซิ่นสามารถแข็งตัวได้หลายวิธีดังนี้
1. โดยใช้ตัว catalyst หรือตัวทำให้แข็ง + ความร้อน
2. โดยใช้ตัว catalyst หรือตัวทำให้แข็ง + ตัวช่วยเร่งปฏิกิริยา promote/accelerator ที่อุณหภูมิห้อง
3. โดยใช้แสงอุลตร้าไวโอเลต
4. โดยใช้อิเลคตรอน
5. โดยให้แสงแดด
6. โดยใช้ความร้อน
โดยทั่วไปการแข็งตัวของเรซิ่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงที่ 1. gel time คือช่วงหลังจากเติมตัว catalyst แล้วจนเรซิ่นจับตัวเป็นวุ้น ช่วงที่ 2. cure time คือช่วงที่เรซิ่นแข็งตัวเต็มที่และเป็นช่วงที่เรซิ่นเย็นตัวลงหลังจากที่มีความร้อนสูงในขณะทำปฏิกิริยา

องค์ประกอบที่มีผลต่อการแข็งตัวของเรซิ่น

1. อุณหภูมิ อุณหภูมิสูงเรซิ่นแข็งตัวเร็วกว่าอุณหภูมิต่ำ
2. ปริมาณตัวเร่งฯ และ ตัวช่วยเร่งฯ ปริมาณที่มากแข็งตัวเร็วกว่าปริมาณที่น้อย
3. ความชื้นหรือน้ำ ความชื้นสูงการแข็งตัวของเรซิ่นจะช้าลง ผิวงานขึ้นฝ้ามัว โดยปกติปริมาณน้ำที่อยู่ในเรซิ่นจะต้องมีค่าไม่เกิน 0.05%
4. ปริมาณออกซิเจน ออกซิเจนเป็นตัวป้องกันการแข็งตัวของเรซิ่น ถ้าปริมาณออกซิเจนสูง เช่นการกวนเรซิ่นมากๆ นานๆ การแข็งตัวของเรซิ่นจะช้าลง และออกซิเจนมีประโย๙น์มากในเรื่องการยืดอายุการเก็บของเรซิ่น หากเริ่มเก็บเรซิ่นไว้นานขึ้น ควรสร้างออกซิเจนให้เกิดในถังหรือปีบดว้ยการกลิ้งถังไปมา เพื่อให้เรซิ่นข้างในเกิดการเคลื่อนไหว จะเกิดออกซิเจน และจะทำให้เรซิ่นมีอายูการเก็บเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย


Grating Know-How ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.youtube.com/mktchancon


นวัตกรรมวัสดุสังเคราะห์

1. พลาสติก(Plastic) 2. คอมโพสิท(Composite) 3. เคฟล่าร์ “Kevlar” 4. คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fibers) 5. โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam) 6. ABS (Acrylonitrile-Butadiene-Styrene) 7. Polypropylene (PP) Plastic

1. พลาสติกคืออะไร

พลาสติกคือวัสดุสังเคราะห์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความหมายกว้างมาก (เหมือนกับคำว่าสิ่งมีชีวิต ซึ่งหลากหลายมาก) พลาสติกเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มนุษย์รู้จักมานานกว่า ๑๓๐ ปี และนำมาใช้ประโยชน์ แทนโลหะ ไม้ หรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ เช่น สิ่งทอ เรือและวัสดุ บรรจุภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องใช้อื่นๆอีกมาก พลาสติกเป็นวัสดุที่สังเคราะห์วัตถุดิบที่ได้จากธรรมชาติ เช่น น้ำมันปิโตรเลียม มาแยกเป็นสารประกอบ บริสุทธิ์หลายชนิด เมื่อนำเอาสารประกอบแต่ละ ชนิดมาทำปฏิกิริยาก็จะได้ “พลาสติก” พลาสติกที่เกิดจากสารประกอบที่ต่างกันจะมีสมบัติแตกต่างกันไปด้วย

ประเภทของพลาสติก

1. Thermoplastic (พลาสติกอ่อน)
พลาสติกอ่อนเมื่อถูกความร้อนแล้วจะอ่อนตัวหลอมละลาย และขณะเย็นตัวจะมีความแข็ง พลาสติกชนิดนี้สามารถนำไปหลอมละลายกลับไปใช้ใหม่อีกครั้งก็ได้ ดังนั้นเศษหรือของที่ใช้แล้วที่ทำจากพลาสติกชนิดนี้จึงสามารถนำไปบดแล้วหลอม ใช้ใหม่ได้ ได้แก่ โพลีเอทเทลีน(Polyethelene) โพลีโพรไพลีน( Polypropylene)โพลีไวนิลคลอไรด์(Polyvinyl Chloride) เป็นต้น
2. Thermoseting (พลาสติกแข็ง)
พลาสติกแข็งเมื่อถูกความร้อนแล้วไม่อ่อนตัว แต่จะไหม้เกรียมไป ผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดนี้ เมื่ออัดขึ้นรูปหรือผสมใช้งานแล้วจะนำมาหลอมใช้อีกไม่ได้ ดังนั้นเศษหรือของที่ใช้แล้วที่จะทำพลาสติกประเภทนี้ จึงไม่สามารถนำมาบดหลอมใช้อีกได้ เนื่องจากแข็งตัวทำให้เนื้อพลาสติกเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี พลาสติกชนิดนี้ทำมาจากพลาสติกอ่อน โดยการเติมตัวเร่งที่เรียก ว่า Hardener ลงไปในเนื้อพลาสติกอ่อน ก็จะทำให้เนื้อแข็งขึ้นทันที มีความแข็งแรงค่อนข้างสูง เช่น เมลามีนฟอร์มาเดลไฮด์ (Melamine Formaldehyde) ฟีโนลิค(Phenolic ),โพลีเยสเตอร์( Polyester )รู้จักโพลีเยสเตอร์ดีในรูปของผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์กล๊าส ยูรีเทน(Urethane ) อีฟอกซี่ ( Epoxy )

2. คอมโพสิท(Composite)คืออะไร

Composite เป็นชื่อเรียกของผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยวัสดุ ตั้งแต่สองชนิดขึ้นไป มาประกอบหรือร่วมมือกัน เพื่อใช้คุณสมบัติเด่นของแต่ละวัสดุ ตัวอย่างของวัสดุคอมโพสิท ที่เข้าใจได้ชัด ได้แก่ ยางรถยนต์ ซึ่งประกอบมาจากวัสดุหลักสองชนิดคือยางและเส้นลวดเหล็ก โดยใช้คุณสมบัติความแข็งแรงของเหล็กและการยืดหยุ่นของยางเพื่อความนุ่มนวล โดยใช้อย่างไดอย่างหนึ่งไม่ได้ หรือได้แต่ไม่ดี เช่น ถ้าใช้เหล็กอย่างเดียวก็จะไม่นุ่มนวล หรือใช้ยางอย่างเดียวก็จะน้ำหนักเยอะ และไม่แข็งแรง คอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นอีก ตัวอย่างที่ใช้คุณสมบัติเด่น คอนกรีตในด้านการรับแรงอัดและราคาที่ถูกทนทาน หาง่าย กับเหล็กที่เด่นทั้งการรับแรงอัดและแรงดึงแต่ราคาสูงและ การซ่อมบำรุงสูงเนื่องจากเป็นสนิมได้ง่าย
หลายคนรู้จักไฟเบอร์กลาส ว่าเป็นวัสดุคอมโพสิตหรือพลาสติกเสริมแรง อย่างพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใย (fiber-reinforced plastic, FRP) หรือ พลาสติกเสริมแรงด้วยแก้ว (glass-reinforced plastic, GRP) แต่แท้จริงแล้วไฟเบอร์กลาส คือ เส้นใยของแก้วที่ปั่นให้เป็นเส้นละเอียดบางๆ เพื่อนำมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงในพอลิเมอร์หลายประเภท รวมทั้งพลาสติกเรซินที่สามารถนำมาขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น หลังคารถกระบะ อ่างอาบน้ำ เรือ ชิ้นส่วนเครื่องบินเล็ก ถังน้ำขนาดใหญ่ ชิ้นส่วนรถแข่ง เป็นต้น เพราะเส้นใยแก้วมีสมบัติความแข็งแรง ทนแรงดึงได้สูง ไม่เป็นสนิม และทนต่อการกัดกร่อน นอกจากนี้เส้นใยแก้วยังมีสมบัติด้านการเป็นฉนวนความร้อนที่ดีเหมาะที่จะนำมาใช้เป็นฉนวนในเตา ตู้เย็น หรือวัสดุก่อสร้างอีกด้วย

Grating Know-How ดูข้อมูลเพิ่มเติม http://www.youtube.com/FRPGratingFiberglass

3. เคฟล่าร์ “Kevlar”

เป็นเส้นใยชนิด aramid ค้นพบโดย Stephanie Kwolek บริษัทดูปองท์ในปี 2514(ค.ศ.1971) ด้วยการสังเคราะห์ โดยอาศัยปฎิกิริยาควบแน่นจาก acid chloride ของ terephthaloylchloride(TPC) กับ p-phenylene diamine(PDA) เส้นใยเคฟล่าร์มักเน้นการใช้งานเพื่ออุตสาหกรรม กรณีของเคฟล่าร์ที่เป็นเส้นใยยาวใช้ในการทำผ้าใบยางรถยนต์ ท่อ และสายพานในอุตสาหกรรม เคฟลาร์ 29 ก็เช่นเดียวกันอยู่ในรูปของเส้นใยยาวใช้ทำสายเคเบิ้ล ร่มชูชีพ และเทปเสริมแรง ส่วน เคฟลาร์ 49 ในรูปของเส้นใยยาวและเส้นใยสั้นที่ทำเป็นแผ่น ใช้งานส่วนใหญ่ในด้านของพลาสติกเสริมแรงด้วยเส้นใย งานด้านอวกาศ ลำเรือ และงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง มีความทนทานต่ออุณหภูมิสูงได้เป็นย่างดี และแข็งแกร่งเป็นเลิศ ซึ่งทนความร้อนได้ถึง 427 องศาเซลเซียส ทนกว่าเหล็กถึง 7 เท่า แต่ไม่ทนต่อแรงขูดขีด และไม่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้แตกหักได้ง่าย เมื่อถูกโค้งงออย่างแรง

4. คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fibers)

จัดอยู่ในกลุ่มของพวกcomposite และมีคุณสมบัติเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะของการผลิต โครงสร้างพื้นฐานจะมีลักษณะเป็นเส้นใยเดี่ยวๆที่เล็กมาก ความแข็งแรงในแนวเส้นใยนั้นจะสูงมาก โดยสูงกว่าโลหะที่มีน้ำหนักเท่าๆกัน เมื่อนำคาร์บอนไฟเบอร์มาเรียงแนวไฟเบอร์ในทิศเดียวกัน โดยใช้กาวในกลุ่มEpoxy resin เป็นตัวประสาน ก็จะได้วัสดุที่มีลักษณะคล้ายๆกับไม้กระดานที่เราสามารถฉีกให้แยกจากกันได้ในแนวเสี้ยนไม้ แต่ไม่สามารถหักขวางแนวของไยไม้ได้ การนำคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้งานนั้นจึงจำเป็นต้องมีการนำมาสานกันในแนวที่เส้นใยขวางกัน หรือไขว้กัน คล้ายๆกับกระดานไม้อัด จึงทำให้สามารถรักษาแนวความแข็งแรงไว้ได้ การออกแบบจึงต้องมีความเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งานและแนวการรับแรงเป็นสำคัญ สำหรับการนำคาร์บอนไฟเบอร์มาใช้งาน การผลิตขึ้นมาจึงต้องคำนึงถึงลักษณะของการใช้งานเป็นสำคัญ ความแข็งแรงของวัสดุที่ทำมาจากคาร์บอนไฟเบอร์ เช่น ท่อ หรือ ขาจาน จะมีความแข็งแรงมากกว่าโลหะ จึงสามารถทำให้เบาลงได้โดยที่ยังคงความแข็งแรงได้มากกว่าโลหะที่มีขนาดเท่าๆกันนั้น อายุการใช้งานของคาร์บอนไฟเบอร์นั้นจัดว่าทนทานมาก ความแข็งแรงหรือความทนทานของคาร์บอนไฟเบอร์นั้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากepoxy resin ที่เป็นตัวประสานระหว่างเส้นใยและระหว่างชั้น

5. โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam)

เป็นพลาสติกเหลวชนิดทอร์โมเซ็ตติ้ง (Thermosetting) ที่นิยมนำมาใช้งานประดิษฐ์ เช่น ทำเลียนแบบไม้เทียม (ขนาดของเม็ดโฟมจะเล็กมาก) ทำกันชนรถยนต์ ส่วนประกอบภายในรถ เช่น พวงมาลัยและแผงคอนโซล การทำขาเทียม และการสร้างความแข็งแรงให้กับชิ้นงานหรือแม่พิมพ์(เม็ดโฟมมีขนาดใหญ่กว่า) ตลอดจนการนำมาฉีดเพื่อเป็นฉนวนของห้องเย็น มีลักษณะเป็นของเหลว 2 ชนิด
ชนิดที่ 1 มีสีเหลืองคล้ายโพลีเอสเทอร์เรซิ่น เรียกว่า โฟมขาว หรือ โพลิออล (polyol)
ชนิดที่ 2 มีสีน้ำตาลไหม้เกือบดำ เรียกว่า โฟมดำ หรือ ไดไอโซไซยาเนต (diisocyanate)
โพลียูรีเทน เป็นกลุ่มโพลีเมอร์ ที่ใช้กันแพร่หลายเนื่องจาก เป็นวัสดุยืดหยุ่น อ่อนนุ่มจนถึงวัสดุที่มีความแข็งแรง และมีน้ำหนักเบา โพลียูรีเทน แบ่งออกเป็นสามกลุ่มด้วยกันคือ
– โพลียูรีเทน โฟมชนิดยืดหยุ่น (flexible polyurethane foam)
– โพลียูรีเทน โฟมชนิดแข็ง (rigid polyurethane foam)
– อิลาสโตเมอร์ (polyurethane elastomers)

 

6. ABS (Acrylonitrile-Butadiene-Styrene)

ABS is a low cost engineering plastic that is easy to machine and fabricate. ABS is an ideal material for structural applications when impact resistance, strength, and stiffness are required. It is widely used for machining pre-production prototypes since it has excellent dimensional stability and is easy to paint and glue. Natural (beige) ABS and black ABS are FDA compliant for use in food processing applications. The following physical property information is based on typical values of the base acrylonitrile-butadiene-styrene resin.
ABS is a terpolymer made by polymerizing styrene and acrylonitrile in the presence of polybutadiene. The proportions can vary from 15 to 35% acrylonitrile, 5 to 30% butadiene and 40 to 60% styrene. The result is a long chain of polybutadiene criss-crossed with shorter chains of poly(styrene-co-acrylonitrile). The nitrile groups from neighboring chains, being polar, attract each other and bind the chains together, making ABS stronger than pure polystyrene. The styrene gives the plastic a shiny, impervious surface. The polybutadiene, a rubbery substance, provides toughness even at low temperatures. For the majority of applications, ABS can be used between -20 and 80 C (-4 and 176 F) as its mechanical properties vary with temperature. The properties are created by rubber toughening, where fine particles of elastomer are distributed throughout the rigid matrix.
The most important mechanical properties of ABS are impact resistance and toughness. A variety of modifications can be made to improve impact resistance, toughness, and heat resistance. The impact resistance can be amplified by increasing the proportions of polybutadiene in relation to styrene and also acrylonitrile, although this causes changes in other properties. Impact resistance does not fall off rapidly at lower temperatures. Stability under load is excellent with limited loads. Thus, by changing the proportions of its components, ABS can be prepared in different grades. Two major categories could be ABS for extrusion and ABS for injection moulding, then high and medium impact resistance. Generally ABS would have useful characteristics within a temperature range from ?20 to 80 C (?4 to 176 F). Lego bricks are made from ABS.
The final properties will be influenced to some extent by the conditions under which the material is processed to the final product. For example, molding at a high temperature improves the gloss and heat resistance of the product whereas the highest impact resistance and strength are obtained by molding at low temperature. Fibers (usually glass fibers) and additives can be mixed in the resin pellets to make the final product strong and raise the operating range to as high as 80 C (176 F). Pigments can also be added, as the raw material original color is translucent ivory to white. The aging characteristics of the polymers are largely influenced by the polybutadiene content, and it is normal to include antioxidants in the composition. Other factors include exposure to ultraviolet radiation, for which additives are also available to protect against.
ABS polymers are resistant to aqueous acids, alkalis, concentrated hydrochloric and phosphoric acids, alcohols and animal, vegetable and mineral oils, but they are swollen by glacial acetic acid, carbon tetrachloride and aromatic hydrocarbons and are attacked by concentrated sulfuric and nitric acids. They are soluble in esters, ketones, ethylene dichloride and acetone. Even though ABS plastics are used largely for mechanical purposes, they also have electrical properties that are fairly constant over a wide range of frequencies. These properties are little affected by temperature and atmospheric humidity in the acceptable operating range of temperatures.
ABS is flammable when it is exposed to high temperatures, such as those of a wood fire. It will melt and then boil, at which point the vapors burst into intense, hot flames. Since pure ABS contains no halogens, its combustion does not typically produce any persistent organic pollutants, and the most toxic products of its combustion or pyrolysis are carbon monoxide and hydrogen cyanide. ABS is also damaged by sunlight. This caused one of the most widespread and expensive automobile recalls in US history due to the degradation of the seatbelt release buttons.
ABS can be recycled, although it is not accepted by all recycling facilities. Production
ABS is derived from acrylonitrile, butadiene, and styrene. Acrylonitrile is a synthetic monomer produced from propylene and ammonia; butadiene is a petroleum hydrocarbon obtained from the C4 fraction of steam cracking; styrene monomer is made by dehydrogenation of ethyl benzene — a hydrocarbon obtained in the reaction of ethylene and benzene.
ABS combines the strength and rigidity of acrylonitrile and styrene polymers with the toughness of polybutadiene rubber. While the cost of producing ABS is roughly twice the cost of producing polystyrene, it is considered superior for its hardness, gloss, toughness, and electrical insulation properties.

 

7. Polypropylene (PP) Plastic

What is Polypropylene (PP), and What is it Used For? 
Polypropylene (PP) is a thermoplastic “addition polymer” made from the combination of propylene monomers. It is used in a variety of applications to include packaging for consumer products, plastic parts for various industries including the automotive industry, special devices like living hinges, and textiles. Polypropylene was first polymerized in 1951 by a pair of Phillips petroleum scientists named Paul Hogan and Robert Banks and later by Italian and German scientists Natta and Rehn. It became prominent extremely fast, as commercial production began barely three years after Italian chemist, Professor Giulio Natta, first polymerized it. Natta perfected and synthesized the first polypropylene resin in Spain in 1954, and the ability of polypropylene to crystallize created a lot of excitement. By 1957, its popularity had exploded and widespread commercial production began across Europe. Today it is one of the most commonly produced plastics in the world. CNC Cut Polypropylene Living Hinge Prototype Child Safe Lid, CNC Cut Polypropylene Living Hinge Prototype Child Safe Lid by Creative Mechanisms
According to some reports, the current global demand for the material generates an annual market of about 45 million metric tons and it is estimated that the demand will rise to approximately 62 million metric tons by 2020. The major end users of polypropylene are the packaging industry, which consumes about 30% of the total, followed by the electrical and equipment manufacturing, which uses about 13% each. Household appliances and automotive industries both consume 10% each and construction materials follows with 5% of the market. Other applications together make up the rest of the global polypropylene consumption.
Polypropylene has a relatively slippery surface which can make it a possible substitute for plastics like Acetal (POM) in low friction applications like gears or for use as a contact point for furniture. Perhaps a negative aspect of this quality is that it can be difficult to bond Polypropylene to other surfaces (i.e. it does not adhere well to certain glues that work fine with other plastics and sometimes has to be welded in the event that forming a joint is required). Although polypropylene is slippery at the molecular level, it does have a relatively high coefficient of friction – which is why acetal, nylon, or PTFE would be used instead. Polypropylene also has a low density relative to other common plastics which translates to weight savings for manufacturers and distributors of injection molded Polypropylene parts. It has exceptional resistance at room temperature to organic solvents like fats but is subject to oxidation at higher temperatures (a potential issue during injection molding).
One of the major benefits of Polypropylene is that it can be manufactured (either through CNC or injection molding, thermoforming, or crimping) into a living hinge. Living hinges are extremely thin pieces of plastic that bend without breaking (even over extreme ranges of motion nearing 360 degrees). They are not particularly useful for structural applications like holding up a heavy door but are exceptionally useful for non load-bearing applications such as the lid on a bottle of ketchup or shampoo. Polypropylene is uniquely adept for living hinges because it does not break when repeatedly bent. One of the other advantages is that polypropylene can be CNC machined to include a living hinge which allows for faster prototype development and is less expensive than other prototyping methods. Creative Mechanisms is unique in our ability to machine living hinges from a single piece of polypropylene.
Another advantage of Polypropylene is that it can be easily copolymerized (essentially combined into a composite plastic) with other polymers like polyethylene. Copolymerization changes the material properties significantly, allowing for more robust engineering applications than are possible with pure polypropylene (more of a commodity plastic on its own).
The characteristics mentioned above and below mean that polypropylene is used in a variety of applications: dishwasher safe plates, trays, cups, etc, opaque to-go containers, and many toys.

What are the Characteristics of Polypropylene? 
Some of the most significant properties of polypropylene are:
Chemical Resistance: Diluted bases and acids don’t react readily with polypropylene, which makes it a good choice for containers of such liquids, such as cleaning agents, first-aid products, and more.
Elasticity and Toughness: Polypropylene will act with elasticity over a certain range of deflection (like all materials), but it will also experience plastic deformation early on in the deformation process, so it is generally considered a “tough” material. Toughness is an engineering term which is defined as a material’s ability to deform (plastically, not elastically) without breaking..
Fatigue Resistance: Polypropylene retains its shape after a lot of torsion, bending, and/or flexing. This property is especially valuable for making living hinges.
Insulation: polypropylene has a very high resistance to electricity and is very useful for electronic components.
Transmissivity: Although Polypropylene can be made transparent, it is normally produced to be naturally opaque in color. Polypropylene can be used for applications where some transfer of light is important or where it is of aesthetic value. If high transmissivity is desired then plastics like Acrylic or Polycarbonate are better choices.
Polypropylene is classified as a “thermoplastic” (as opposed to “thermoset”) material which has to do with the way the plastic responds to heat. Thermoplastic materials become liquid at their melting point (roughly 130 degrees Celsius in the case of polypropylene). A major useful attribute about thermoplastics is that they can be heated to their melting point, cooled, and reheated again without significant degradation. Instead of burning, thermoplastics like polypropylene liquefy, which allows them to be easily injection molded and then subsequently recycled. By contrast, thermoset plastics can only be heated once (typically during the injection molding process). The first heating causes thermoset materials to set (similar to a 2-part epoxy) resulting in a chemical change that cannot be reversed. If you tried to heat a thermoset plastic to a high temperature a second time it would simply burn. This characteristic makes thermoset materials poor candidates for recycling.

Project Reference ดูข้อมูลเพิ่มเติม…..

GFRP-Steel-Plastic-PPABS Swimming Overflow Welded Steel Bar GRATING / Composite FibreGlass Casting Ductile Iron MANHOLE COVER ฝาบ่อทึบปิดท่อพักครอบท่อรางระบายน้ำทิ้งสำเร็จรูป ฝาท่อ แมนโฮล เกรตติ้ง / Anchoring Devices attached Saddle Fixing Clip Clamp Lock Fastenal Fastener Bar Steel Grating / Curbed Drainage Grating Scupper / Stair Tread Nosing / Perforated Pegboard Hook Shelves Racking Storage Tools DIY Kit : ตะแกรงไฟเบอร์กล๊าสพลาสติกระบายน้ำล้นรอบขอบสระว่ายน้ำ เกรตติ้งเหล็กชุบสังกะสีทนสนิม ตะแกรงดักเศษอาหารขยะฝังในคันหินคสล. ฝาทึบปิดบ่อครอบท่อพักไฟเบอร์กล๊าสเหล็กหล่อเหนียว แผ่นปูพื้นทางเดินยกระดับ อุปกรณ์ตะขอขาแขวนฮุกแผ่นกระดานเพกบอร์ดแผงเหล็กเจาะรูติดผนังกำแพงแขวนเก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง

Home Page of Chancon-GratingThai | >> หน้าแรก บริษัทแชนคอน – บริษัทเกรตติ้งไทย
Contact & Information || ติดต่อสั่งซื้อ ขอแผ่นที่ อีเมล์ ไลน์ ตรวจสอบราคาสินค้า คุณสมบัติ วิธีการตัด ติดตั้ง ผลทดสอบ 
    A. Contact us : ติดต่อสั่งซื้อ แผนที่รับสินค้า ขอคำแนะนำเพิ่มเติม
    B. Price-Quotation : ราคาสินค้า ขอใบเสนอราคา-Discount
    C. Projects Reference : ตัวอย่างลูกค้า การประยุกต์ใช้ วิธีการเลือกซื้อ
    D. คุณสมบัติ ที่มา ความหมายของไฟเบอร์กล๊าสเสริมแรง FiberGlass Vinyl Resin Food Grade FRP
    E. Grating Services : การสั่งผลิต ติดตั้ง ออกแบบ ผลทดสอบการรับแรง-สารเคมี
    F. Dealer Sales Wanted : ขอเป็นตัวแทนจำหน่าย รับสมัครพนักงานขาย

Gully Grating || ตะแกรง เหล็ก ไฟเบอร์กล๊าส พลาสติค รอบสระว่ายน้ำ ตะแกรงดักขยะฝังในคันหิน
    1. Plastic PolyPropylene Grating ตะแกรงทางเดินระบายน้ำ พลาสติกชนิดเหนียวแข็งแรงพิเศษ PP
    2. Galvanised Steel Grating ตะแกรงเหล็กแผ่นเชื่อมสำเร็จรูปชุบกันสนิม สำหรับรางระบายน้ำ ทางเดิน
    3. FRP FiberGlass Mould Grating ตะแกรงระบายน้ำไฟเบอร์กล๊าส แผ่นปูพื้นทางเดินในโรงงาน
    4. ABS Swimming Overflow Drainage Grating แผ่นตะแกรงระบายน้ำล้นรอบขอบสระว่ายน้ำ เอบีเอส พีวีซี
    5. Drive HighWay Drain Grating ตะแกรงดักขยะฝุ่นผงคันหินใบไม้ด้านข้างริมฟุตบาท (Leaf Trapper Side)
    6. Tree Guard Grating Paver Frame Cover กรอบตะแกรงปกป้องรอบโคนต้นไม้ มีทั้งแบบตัวต่อและสำเร็จรูป

Manhole Cover || ฝาบ่อปิดทึบ ครอบท่อพักระะบบบำบัดน้ำเสีย ฝาบ่อเหล็กหล่อ ฝาท่อไฟเบอร์กล๊าส
    7. FRP Manhole Cover ฝาปิดบ่อพัก ฝาท่อไฟเบอร์กล๊าสผสมเรซิ่น (ไม่เป็นสนิม รับแรงสูง ทดแทนแสตนเลส) 
    8. Ductile Cast Iron Manhole Cover (Round/Square) ฝาปิดท่อ ฝาบ่อพักเหล็กหล่อเหนียวระบบบำบัดน้ำ 
    9. FRP Diamond Top Cover (Special Cut) ฝาปิดบ่อครอบท่อพักไฟเบอร์กล๊าสชนิดสั่งตัดตามขนาดได้ทันที 

Related Products || แผ่นปิดผิวกันลื่น แผ่นปิดจมูกขอบมุมคิ้วแผงครอบบันไดไฟเบอร์กล๊าส คลิปล็อคยึดจับตะแกรง
  10. Egg Crate Ceiling Screen แผงระแนงบังตาหน้ากากตะแกรงกั้นช่องแสงบังไฟ กรองลมระบายอากาศ
  11. Ceiling Trellis Shade Grilles ฉากแผ่นฝ้าเพดานผนังม่าน รั้วราวแผงกั้นพาร์ทิชั่น กันสาดระแนงบังตา
  12. PegBoard Display Tools Hooks Shelves แผ่นกระดานเพ็กบอร์ดเจาะรูติดผนังแขวนเก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง
  13. FRP Stair Tread Nosing Step Cover Protector แผ่นปิดจมูกขอบมุมคิ้วแผงครอบบันไดกันลื่นไฟเบอร์กล๊าส
  14. HDG Steel Grating clip lock clamp fastener คลิปล็อคยึดจับแผงตะแกรง แสตนเลส/เหล็กชุบซิงค์ทนสนิม
  15. FormWork Ties System: TieRod/ThreadBar เหล็กรับแรงทนดึงสูง WingNut WaterStopper 

 

D.规格和服务玻璃纤维含义订购,安装,设计,测试,强度 – 化学品

FRP的玻璃纤维光栅服务和规范(化学性能及其,负载能力,切割方法)
阶段I烤架的应该是-订购关闭边缘-切削格-测试强度。耐化学性表 玻璃纤维格栅

如何测量钢肩宽度以获得炉排。
设计光栅和L角之间的空间如何安装排水。 应设计得宽而高,以适应炉排。为了强度和使用安全。排水格栅的安装必须设计成适应排水格栅的宽大和高度配合。按标准 钢网和塑料网格有2个宽度,25厘米宽和30厘米宽。因此,筛网格栅(L形)在浇筑混凝土之前需要放置钢框架。高度为25-30mm(取决于炉排的类型),使格栅始终向下到地面。不要绊倒在轮椅上或走过去。测量时肩部的宽度应保持5-10mm。
肩部的宽度可以得到  光栅。我必须每侧增加3-5mm。两侧是6-10mm。  前-1 

对于25厘米 宽的筛子,  肩部应准备25.5-26.0厘米.Ex -2 适用于  30厘米 宽的筛子  。 应准备  30.5-31.0厘米。

图为如何安装钢铁场景。排水篦子
 铁的高度,适合的场景 确保烤架不低或高于地面。没有跌跌撞撞的吵闹 
使用钢支撑架。在浇筑混凝土之前放下。适合筛高度。通常,高型钢为25-30 mm(透明或L in)。钢筋的高度应等于格栅的高度。烤架总是在地板上。不要绊倒在轮椅上或走过去。

 铁的宽度正确的场景 为了能够放置筛不够紧或跌落。 
当测量筛的宽度时,筛的宽度应为约5-10mm。每边必须加3-5mm,2边为6-10mm。

设计清单切断边缘。用于四边封边的FRP光栅切割设计

FRP光栅可以切割成任何尺寸。从大片标准1.5×4米切割后,如果不是设计造成不规则的不规则。喜欢打开边缘。所以如果你想要关闭边缘。与切割前的切割台相比。

现货发送询盘!钢格栅,  25×100厘米  和  30×100厘米。 
25×100厘米和30×100厘米的排水格栅是标准尺寸。该公司有库存可供客户立即接收货物,无需等待生产。除热浸镀锌钢格栅外,客户还可以选择不同类型的排水网格。根据如电网溢边池溢出ABS游泳光栅领域的应用性质,光栅塑料PP的刚性,特别粘PP聚丙烯光栅和光栅玻璃纤维玻璃钢玻纤格栅我们。专门从事各种标准排水格栅的制造商包括钢梯,防滑导轨,排水系统。炉排走道 排水软管 适用于厨房,自助餐厅,工厂,百货商店,集市,游泳池,鱼塘,凸起的走道等。

GFRP FiberGlass乙烯基树脂食品级

什么是玻璃纤维?|玻璃纤维定义

玻璃纤维产品 玻璃纤维增​​强塑料或玻璃增强复合材料或其他塑料材料用于加固。用于强化塑料的材料是“玻璃纤维”,看起来柔软但有粘性。高耐热性 用作肉的塑料部件。一定很辛苦。如果没有加固是脆弱的。所以我们选择了塑料。聚酯树脂 乙烯基酯树脂 和环氧树脂 这种塑料是一种液体塑料,经过混合后 催化剂或硬化剂发生化学反应。热量高于100°C。它变成了一种坚硬的塑料,不会再回到形状,这就是所谓的过程。恒温器设置(Thermoseting)。
因此,顺便创造产品。它被称为。玻璃纤维增​​强塑料产品或玻璃钢,我们简称玻璃纤维产品或玻璃钢产品。
根据纤维的性质,玻璃纤维或玻璃纤维可分为两种类型。其中大多数用于工业,如防火窗帘。另一种类型的纤维是短纤维。它用于绝缘和隔音,这是一种厚板(见图3)。
用于生产光纤的主要成分是西(硅砂)被用作建筑材料,玻璃,后两者的纯碱(纯碱)和石灰(石灰石)将降低熔点。除了三种主要成分之外,可以使用其他成分来改善纤维的性质,例如硼砂,长石,煅烧氧化铝,菱镁矿,腈。霞石正长岩和高岭土。

定义聚酯彩色树脂 
的任何使用的各种合成树脂,或添加塑料组成或加入由从聚酯,:如树脂具有使用相同的化学成分的通用聚酯彩色纤维但这是,挤压成薄膜(如用于包装,电气提供绝缘。或作为磁记录碱磁带)C:是由不饱和聚酯制成的(作为一个从乙二醇和马来酸或富马酸形成的热固化性树脂),通过共聚固化(如苯乙烯),和通常与增强。 填料(如玻璃纤维)主要用于浸渍和层压以及制造铸造和模塑产品

对于有时称为玻璃纤维的隔热材料,请参见玻璃棉。对于玻璃纤维本身,有时也称为玻璃纤维,请参见玻璃纤维。对于类似的纤维增强材料,请参见碳纤维增强聚合物。玻璃纤维(或玻璃纤维)是一种纤维增强塑料,其中纤维增强材料基本上是玻璃纤维。玻璃纤维可以随机排列,压平成片(称为短切原丝毡),或织成织物。塑料基质可以是热固性塑料 – 最常见的是环氧树脂,聚酯树脂 – 或乙烯基酯,或热塑性塑料。
根据玻璃纤维的用途,玻璃纤维由各种类型的玻璃制成。这些玻璃都含有二氧化硅或硅酸盐,含有不同量的钙,镁和有时硼的氧化物。要用于玻璃纤维,必须制造具有非常低水平缺陷的玻璃纤维。
玻璃纤维是一种强力轻质材料,可用于许多产品。虽然它不像基于碳纤维的复合材料那样坚固和坚硬,但它不那么脆,而且它的原材料便宜得多。它的体积强度和重量也比许多金属更好,并且它可以更容易地模制成复杂的形状。玻璃纤维的应用包括飞机,轮船,汽车,浴缸和机柜,游泳池,热水浴缸​​,化粪池,水箱,屋顶,管道,包层,管型,冲浪板和外部门板。
玻璃纤维的其它常用的名称是玻璃增强塑料(GRP),[1]的玻璃纤维增​​强塑料(GFRP)[2]或GFK(来自德国:Glasfaserverst Rkter KUNSTSTOFF)。因为玻璃纤维本身有时也被称为“玻璃纤维”,该复合物也被称为“玻璃纤维增​​强塑料制成。”这篇文章将采用约定“玻璃纤维”指的是完整的玻璃纤维增​​强复合材料,而不是仅在玻璃。其中的纤维。

 

关于玻璃纤维的来源|玻璃钢玻璃纤维的历史

有些人知道“玻璃纤维”是一种复合材料。或塑料加固 用作顶篷卡车或浴缸。但是真的 “玻璃纤维”是“纤维”指的是直接翻译纤维作为材料,以帮助加强塑料树脂和模制成的产品,如屋面拾取桶船,飞机部件,小槽尺寸。大赛车零件 玻璃钢筋混凝土,GRC),除了力量。抗拉强度非常高。纤维也是财产。隔热 另外,纤维可以编织成一块布,并具有制成它的结构。产品均由 纤维有差距。被困材料具有防止热量的能力。适合下面的织物。良好的隔热性与用于冰箱或外套的隔热性相同。纤维织物不吸水。用作防水面料。没有收缩,也没有水的影响。
各种尺寸和长度的纤维。纤维可以像纱线一样长。用肉眼看到很长很短的纤维。玻璃纤维由沙子,石灰石,石头,牙齿,硼酸和其他添加剂制成。融化在里面 在高达1370摄氏度的高温下,如果成分的质量控制非常好。没有必要制作水晶球来选择好的玻璃。再次熔化成玻璃水后,再进入轧制成长纤维的过程。将纤维从滚动头中拉出。并且以高于玻璃纤维速度的速度滚动。从滚动头挤出。这等于拉伸而光纤很弱。纤维尺寸 在硬化之前。长纤维用于制作窗帘。制作短纤维。它被风切断以改变长度。用于制作胶带或布料。在工业中 保护声音 温度和火
“玻璃纤维”  在增强材料的语言中众所周知。在卡车车顶。或者需要力量的部件。由原型表面制成,以擦洗外部。蜡复制品 将玻璃纤维布放在主件上。当树脂固化时,将硬化树脂涂到所需厚度,然后从原型中取出玻璃纤维碎片。这种方法的玻璃纤维制造缺乏细节,美观与模具的使用方式不同。这是许多组件的理想选择,但它比第一个组件稍微复杂一些。我们需要从原型中创建一个模具。当模具。玻璃纤维组件是必需的。这些作品很漂亮。所有大师 通过增加厚度可以在所需区域加强。玻璃纤维多层
玻璃纤维由各种化学品和材料制成。这是对健康有害,如眼睛,皮肤,呼吸系统,所以要小心,并穿戴防护用具,同时做了一块玻璃的
玻璃纤维已经生产了几百年,但大规模生产玻璃丝在1932年时被偶然发现。 加梅斯·斯莱特,在欧文斯研究员伊利诺伊州,在熔融玻璃和生产的纤维流引导压缩空气的喷流。首先应用于一种用于生产玻璃棉的这种方法的专利中1933.Owens与康宁公司1935年接合。 并且该方法被适用于通过Owens Corning公司生产其专利的“fibreglas”(一个“S”)在1936年最初,fibreglas是玻璃棉纤维截留气体的很大,使得它可用作岛。轨道,特别是在高温下。
用于将“玻璃纤维”与塑料结合以生产复合材料的合适树脂由du Pont于1936年开发。现代聚酯树脂的第一个祖先是1942年的氰胺树脂。然后使用过氧化物固化体系。通过玻璃纤维和树脂的组合,材料的气体含量被塑料代替。这将绝缘性能降低到塑料的标称值,但是现在复合材料首次表现出很大的强度并且有希望作为结构和材料。令人困惑的是,许多玻璃纤维复合材料继续被称为“玻璃纤维”(作为通用名称),并且该名称也用于代替塑料的低密度玻璃棉产品。
欧文斯科宁的Ray Greene在1937年生产第一艘复合船,但由于所用塑料的脆性,当时没有进一步发展。据报道,1939年俄罗斯建造了一艘塑料材料的客船,以及美国机身和飞机机翼。第一辆装有玻璃纤维车身的汽车是1946年的Stout Scarab原型车,但该型号没有进入生产阶段。

光栅专有技术查看更多 www.facebook.com/FrpGrating.ManholeCover


聚酯树脂

是液体塑料 它看起来像石油。高温固化剂 是一种易燃材料 全套后我们收缩了2-8%。树脂可以模塑成各种形式。用于铸造,普通铸造,纪念品,纪念品的树脂。英俊的娃娃 用于玻璃纤维铸造的树脂 和树脂涂料,如涂料科学。在铸造时 树脂会释放出化学气味,有难闻的气味。因此,工作场所应该通风。不应该在坚固的房间里工作。而且没有良好的空气流通或通风。

树脂被树脂材料的等级分开。

1.邻苯二甲酸类是常用的一种
2.级间苯二甲酸型是一种耐酸碱型
3.级双酚型是耐酸型
4. 高级氯苯类型耐- 高碱性
.5。乙烯基酯级非常耐酸碱,坚固,具有二次性能,只需环氧树脂。

有两种类型的树脂。

1.非促销剂是非催化树脂。树脂的质地是流动的,就像油一样。黄色透明。亮点是3个月的保质期(泰国,这是炎热和潮湿的,它应该在一个月内使用,因为它进入第二和第三个月。树脂将开始变厚)并且还可以应用于更多。适合工作方式。聚酯树脂
2. Prom是一种加速树脂外观的树脂,是一种像液体一样的液体。但它是粉红色的,因为它是催化剂催化剂的树脂。使用时,只需添加燃料即可。在树脂涂料的情况下,一些公司可能使用不同的促进剂,因此一些树脂促进剂具有与水相同的颜色。并且对于用于铸造的类型,树脂是有色的。浅蓝色 亮点简单易用,但缺点是保质期短。实际使用中保质期为2个月应在1个月内。


光栅专有技术查看更多 www.facebook.com/GratingThai

聚酯树脂的性能

树脂是具有物理,电学和化学
性质的塑料模具。它具有高光泽含量,比热塑性塑料更耐热,但比金属更耐热。用玻璃纤维加固时 强度增加,重量轻,坚固,延展性好,不易脆性。树脂具有完整的电气特性。可用作绝缘体。

应用聚酯树脂

树脂可用于许多组。它分为我们家中流行的三大类:
1。铸造组,如铸造,铸造,铸造,铸造,铸造,人造玻璃等
.2。层压板科学框架
.3 。玻璃纤维增​​强塑料(FRP)等模塑组。纤维增强塑料。

树脂的硬化

聚酯树脂可以通过几种方式固化:
1。使用催化剂或硬化剂+加热
.2。使用催化剂或催化剂+催化剂。促进/加速器 在室温下
3.使用紫外线
4.使用电子
5.通过阳光
6.通过加热
โดยทั่วไปการแข็งตัวของเรซิ่นแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงที่ 1. gel time คือช่วงหลังจากเติมตัว catalyst แล้วจนเรซิ่นจับตัวเป็นวุ้น ช่วงที่ 2. cure time คือช่วงที่เรซิ่นแข็งตัวเต็มที่และเป็นช่วงที่树脂在反应过程中加热后冷却。

影响树脂硬化的成分。

1.高温温度树脂比低温硬化更快
.2。加速剂和加速剂的体积比少量快
.3。水分或水分。树脂的高回弹性将减慢。表面变得暗淡无光。通常,树脂中的水量不得超过0.05%
.4 。氧含量 氧气是树脂的防御。如果氧含量高。树脂很长,树脂的硬化会减慢。氧气在延长树脂寿命方面具有许多优点。如果你开始保持树脂更长。应在罐中或一年内产生氧气以来回滚动罐。机芯内部的树脂。氧气诞生 并且会使树脂储存更多。


光栅专有技术查看更多 http://www.youtube.com/mktchancon


创新的合成材料

1.塑料2.复合材料3. Kevlar Kevlar 4.碳纤维5.聚氨酯泡沫 聚氨酯泡沫6. ABS(丙烯腈 – 丁二烯 – 苯乙烯)7。聚丙烯(PP)塑料

1.什么是塑料?

塑料是一种材料。它具有非常广泛的含义。(就像有机体一样 各种各样的塑料是人类已知130多年的合成材料,用于替代木材或其他天然材料,如纺织品,船只和包装材料。包括其他设备和器具。塑料是合成材料,石油等天然原料。单独的化合物 纯粹的类型 服用每种化合物时 由不同化合物引起的对塑料“塑料”的反应将具有不同的性质。

塑料类型

1.热塑性塑料 (软塑料)软
塑料加热软化熔体时。而当它很冷。这种类型的塑料可以熔化回来再次使用。在这种塑料中使用的废物或塑料可以重新研磨,例如聚乙烯,聚丙烯,聚氯乙烯。 (聚氯乙烯)
2。热固性(硬塑料)
加热时硬塑料不会变弱。要烧焦 这种塑料制品。挤出或混合后,不能再次使用。所以废料或用于制造这种塑料。不能再使用了。由于塑料材料的硬化改变了化学品。这种塑料由软塑料制成。通过在软塑料中加入一种叫做硬化剂的催化剂。它会立即变硬。它具有高强度,如三聚氰胺甲醛(三聚氰胺甲醛)酚醛(酚醛树脂)聚酯(聚酯)以玻璃纤维产品的形式众所周知。聚氨酯(环氧树脂)

2.什么是复合材料?

Composite是包含材料的产品的名称。两种或更多种类型。编译或协作 使用每种材料的特性。复合材料的例子 轮胎由两种主要材料组成,橡胶和钢。钢的强度和橡胶的弹性。不能用一个。但不如铁本身不光滑那么好。或者只使用轮胎,它会很重。而且不健康 钢筋混凝土是另一个很好的例子。压缩和价格方面的混凝土经久耐用,易于找到具有压缩和抗拉强度的钢材。由于生锈导致的高维护。
很多人都知道玻璃纤维。它是复合材料或增强塑料。纤维增强塑料 (纤维增强塑料,FRP)或带玻璃的增强塑料 玻璃纤维增​​强塑料(GRP),但实际上玻璃纤维是玻璃纤维旋转细线。用作各种聚合物的增强剂。包括塑料树脂,可以模塑成各种产品,如屋顶,皮卡车浴缸,小型飞机零件。大坦克 赛车因为纤维很结实。抗拉强度高,无腐蚀和耐腐蚀性。玻璃纤维也是一种良好的隔热材料,适用于绝缘烤箱,冰箱或建筑材料。

光栅专有技术查看更多 http://www.youtube.com/FRPGratingFiberglass

凯夫拉尔凯夫拉尔

由Stephanie Kwolek DuPont在今年发现的芳纶纤维。1971年(综合)由于对苯二甲酰氯(TPC)的酰氯与对苯二胺(PDA)的缩合,Kevlar纤维经常用于工业应用。Kevlar的长纤维外壳用于制造Kevlar 29工业中的帆布,轮胎,管道和皮带以及用于降落伞电缆和加固带的长电缆。 49为长丝和短丝的形式。主要用于塑料纤维,空间,船体和建筑相关的领域。高度耐高温。而且很强大。耐热性高达427摄氏度,比钢耐受7倍。并不灵活 很容易打破。弯曲的时候

4.碳纤维

由复合材料组成。而且特征根据生产的性质而变化。基础设施是一种非常小的纤维。纤维的强度非常高。高于金属,重量相同。当碳纤维以相同方向排列时。环氧树脂用作粘合剂。看起来像木板的材料可以在木材中撕裂。但它不能被木线打破。碳纤维的使用需要在与板相同的纤维或横截面中进行。它可以保持力量。设计必须适合应用的性质和力量。用于碳纤维。生产必须考虑其使用的性质。管道或腿等碳纤维材料的强度比金属强。它可以通过金属的强度比相同的尺寸减轻。碳纤维的寿命非常耐用。碳纤维的强度或耐久性部分是由于环氧树脂是纤维之间和层之间的粘合。

5.聚氨酯泡沫 (聚氨酯泡沫)

热塑性液体塑料 (热固性)用于制造人造仿木。(泡沫球的尺寸非常小。)做汽车保险杠。易燃液体2
1型等所谓白色泡沫或多元醇(多元醇)聚酯黄色热塑性树脂
2型棕土几乎是黑色的,称为泡沫黑色或ISBN。所以氰酸 (二异氰酸酯)
聚氨酯是聚合物基团。广泛使用。作为弹性材料 柔软到坚固的材料。轻便聚氨酯分为三组,分别是
-聚氨酯泡沫,柔性(软质泡沫,聚氨酯)
-聚氨酯硬质泡沫(硬质聚氨酯泡沫)。
– 弹性体(聚氨酯弹性体)

 

ABS(丙烯腈 – 丁二烯 – 苯乙烯)

ABS是一种低成本的塑料工程,易于加工和制造。当需要抗冲击性,强度和刚度时,ABS是结构应用的理想材料。它广泛用于加工预生产原型,因为它具有出色的尺寸稳定性,易于涂漆和粘合。天然(米色)ABS和黑色ABS符合FDA标准,适用于食品加工应用。以下物理性质信息基于丙烯腈 – 丁二烯 – 苯乙烯树脂基料的典型值。
ABS是通过在聚丁二烯存在下聚合苯乙烯和丙烯腈而制备的三元共聚物。比例可以为15至35%丙烯腈,5至30%丁二烯和40至60%苯乙烯。结果是长链聚丁二烯与较短的聚(苯乙烯 – 共 – 丙烯腈)链交叉。来自邻近链的极性基团的腈基相互吸引并将链结合在一起,使得ABS比纯聚苯乙烯更强。苯乙烯使塑料具有光泽,不透水的表面。聚丁二烯是一种橡胶状物质,即使在低温下也能提供韧性。对于大多数应用,ABS可在-20和80 C(-4和176 F)之间使用,因为其机械性能随温度而变化。这些属性是通过橡胶增韧产生的,
ABS最重要的机械性能是抗冲击性和韧性。可以进行各种改进以改善耐受性,韧性和耐热性。通过增加聚丁二烯相对于苯乙烯和丙烯腈的比例可以放大抗冲击性,尽管这会引起其他性能的变化。在较低温度下,抗冲击性不会迅速下降。负载稳定性在负载有限的情况下非常好。因此,在改变其组分的比例时,ABS可以以不同的等级制备。两种主要类别可以是用于挤出的ABS和用于注塑的ABS,然后是高和中等抗冲击性。通常ABS在-20至80℃(~4至176°F)的温度范围内具有有用的特性。乐高积木由ABS制成。
最终性能将在一定程度上受到材料加工成最终产品的条件的影响。在高温下成型改善了产品的光泽和耐热性,同时通过在低温下模塑获得了最高的抗冲击性和强度。纤维(通常为玻璃纤维)和添加剂可在树脂粒料混合,以使最终产品强,提高工作范围到高至80℃(176℉)。也可以加入颜料,因为原料的原始颜色是半透明的象牙色到白色。聚合物的老化特性在很大程度上受聚丁二烯含量的影响,并且在组合物中包含抗氧化剂是正常的。其他因素包括暴露于紫外线辐射,也可以使用添加剂进行防护。
ABS聚合物是含水酸,碱,浓盐酸和磷酸,醇类和动物,植物和矿物油抗性,但它们是由冰醋酸,四氯化碳和芳族烃中膨胀且用浓硫酸和硝酸的攻击。它们可溶于酯,酮,二氯乙烷和丙酮。尽管ABS塑料主要用于机械目的,但它们的电气特性在很宽的频率范围内都是相当稳定的。在温度操作范围内,它们受温度和大气湿度的影响较小。
ABS在暴露于高温(例如木柴火灾)时易燃。它会融化然后沸腾,此时蒸汽会爆发出强烈的火焰。由于纯ABS不含卤素,因此其燃烧通常不会产生任何持久性有机污染物,燃烧或热解的大多数有毒产物是一氧化碳和氰化氢。ABS也受到阳光的损害。由于安全带释放按钮的退化,这引起了美国历史上广泛而昂贵的汽车召回之一。
ABS可以回收利用,但并非所有回收设施都能接受。生产
ABS衍生自丙烯腈,丁二烯和苯乙烯。丙烯腈是由丙烯和氨生产的合成单体; 丁二烯是从蒸汽裂解的C4馏分中获得的石油烃; 苯乙烯单体是在乙烯和苯的反应中通过乙苯和烃的脱氢制备的。
ABS结合了丙烯腈和苯乙烯聚合物的强度和刚性以及聚丁二烯橡胶的韧性。虽然生产ABS的成本大约是生产聚苯乙烯成本的两倍,但它的硬度,光泽度,韧性和电绝缘性能都被认为是优越的。

 

7.聚丙烯(PP)塑料

什么是聚丙烯(PP),它用于什么? 
聚丙烯(PP)是由丙烯单体的组合制成的热塑性“加成聚合物”。它用于各种应用,包括消费品包装,各种行业的塑料零件,包括汽车工业,生活铰链和纺织品等特殊设备。聚丙烯首先由Phillips石油公司Paul Hogan和Robert Banks于1951年聚合,后来由意大利和德国科学家Natta和Rehn聚合。它变得非常突出,因为商业生产开始于意大利化学家Giulio Natta教授首次聚合之后不到三年。纳塔在1954年在西班牙完善并合成了第一种聚丙烯树脂,聚丙烯结晶的能力引起了很多兴奋。到1957年,它的受欢迎程度已经爆炸,欧洲各地开始广泛的商业生 今天,它是世界上最常生产的塑料之一。CNC切割聚丙烯生活铰链原型儿童安全盖,CNC切割聚丙烯生活铰链原型儿童安全盖由创意机制
据报道,该材料目前全球需求产生的约45万吨,每年的市场,据估计,需求将上升至约62万吨,到2020年,聚丙烯的主要最终用户行业的包装。占电气和设备制造业的约30%,其中电气和设备制造业各占13%。家用电器和汽车行业各占10%,建筑材料占5%。其他应用一起组成了全球聚丙烯消费的其余部分。
聚丙烯具有相对光滑的表面,可以使之成为可能的替代品在低摩擦应用,如齿轮或用作接触点用于家具等乙缩醛(POM)塑料。也许这质量的消极方面是,它可以是难以粘合的聚丙烯到其它表面(即,其不能很好地粘附到正常工作与其它塑料和有时具有这样一种形成接头所需的事件要被焊接的某些胶。 )。尽管聚丙烯在分子水平上是光滑的,但它具有相对较高的摩擦系数 – 这就是为什么要使用乙酰基,尼龙或PTFE。聚丙烯相对于其他普通塑料也具有低密度,这意味着注塑聚丙烯部件的制造商和分销商可以减轻重量。
聚丙烯的主要优点之一是它可以(通过CNC或注塑,热成型或卷边)制造成活动铰链。活动铰链是非常薄的塑料件,可以弯曲而不会断裂(即使在接近360度的极端运动范围内)也是如此。它们对于结构应用不是特别有用,例如举起沉重的门,但对于非承重应用特别有用,例如一瓶番茄酱或洗发水的盖子。聚丙烯特别适合生活铰链,因为它在反复弯曲时不会破裂。其中一个优点是聚丙烯可以通过CNC机加工,包括一个活动铰链,可以实现更快的原型开发,并且比其他原型制作方法更便宜。
聚丙烯的另一个优点是它易于与其他聚合物如聚乙烯共聚(基本上结合成复合塑料)。共聚合显着改变了材料性能,与纯聚丙烯相比,允许更加坚固的工程应用(更多的是塑料商品本身)。
上文和下文中提到的特点,意味着聚丙烯是在各种应用中使用:洗碗机板,盘,杯等,不透明到去容器,和许多玩具。

聚丙烯的特性是什么? 
聚丙烯的一些最重要的性质是:
耐化学性:稀释的碱和酸不易与聚丙烯反应,这使得它成为这种液体容器的良好选择,例如清洁剂,急救产品等。
弹性和韧性:聚丙烯在一定的挠度范围内(如同所有材料一样)具有弹性,但在变形过程中也会经历塑性变形,因此通常被认为是“坚韧”的材料。韧性是一个工程术语,定义为材料在不破坏的情况下变形(塑性,非弹性)的能力。
耐疲劳性:聚丙烯在经过大量扭转,弯曲和/或弯曲后仍保持其形状。这是制作生活铰链的好地方。
绝缘:聚丙烯具有很高的耐电性,对电子元件非常有用。
透射率:虽然聚丙烯可以制成透明的,但通常生产的颜色是天然不透明的。聚丙烯可用于某些光转移很重要或具有美学价值的应用。如果需要高透射率,那么像丙烯酸或聚碳酸酯这样的塑料是更好的选择。
聚丙烯被归类为“热塑性”(相对于“热固性”)材料,其必须与塑料响应热量的方式相同。热塑性材料在其熔点处变为液体(在聚丙烯的情况下约为130摄氏度)。关于热塑性塑料的一个主要有用的属性是将它们加热至其熔点,冷却并再次再加热而不会显着降解。而不是燃烧,热塑性塑料如聚丙烯液化,这使得它们易于模塑,然后再循环。相比之下,热固性塑料只能加热一次(通常在注塑过程中)。首先加热热固性材料(使用2份环氧树脂),导致化学变化无法逆转。Nếuthửthửđược热固性塑料是一个简单燃烧的时间。这种特性使热固性材料难以回收。

GFRP-Steel’s塑料型PPABSYüzme溢流孔焊接钢管的酒吧是光栅/  复合材料是玻璃纤维:铸件,球墨铁井盖是人渣池塘窗帘关闭,管帽管排水预制管帽人孔格栅/  锚定装置的附加马鞍固定的表剪辑。夹锁快扣紧固件棒材光栅/ 抑制排水光栅排水口/楼梯踏板收口/穿孔的栓板钩货架货架存储工具DIY套件: 光栅纤维玻璃,塑料溢漏池周围的边缘。耐腐蚀镀锌钢 食物垃圾垃圾陷阱嵌入石头。坚固的盖子,玻璃纤维盖,铸铁,粘性 地板 挂钩,挂钩,面板,面板,面板,面板,墙壁,墙壁,墙壁,衣架,手动工具

Chancon-GratingThai的主页| >>首页公司聊天林肯-光栅泰国公司
联系与信息||联系电子邮件请制版在线监测产品功能,减少安装的测试 
    A.联系。我们:联系我们 皮卡地图 获得更多建议
    B.价格报价:报价 – 折扣
    C.项目参考:样本客户 应用 如何购买
    D. Properties Source玻璃纤维增​​强玻璃纤维乙烯基树脂食品级FRP 
    E.光栅服务:订购,安装,设计,测试,强度 – 化学品
    F.经销商销售诚征:要求作为经销商 招聘销售

Gully Grating ||玻璃钢薄膜在游泳池周围 陷阱陷阱嵌入石棒
    .1。塑料聚丙烯光栅栅排水。特种塑料PP 
    2.镀锌钢格板预涂钢板。用于管道排水
    .3。FRP FiberGlass模具光栅玻璃纤维排水格栅。
    ABS游泳溢流排水光栅
表面排水网格PBS     5.驱动HighWay排水光栅(Leaf Trapper Side)6。Tree 
    Guard Grating Paver Frame Cover Frame保护树。拼图和完成。

人孔盖|盖住封闭池盖的废水处理。铸铁管 玻璃纤维管帽
    7. FRP井盖盖罩孔,管,纤维玻璃复合树脂(无腐蚀性的替代高强度不锈钢)  
    8. Cast的铁,球墨铸铁井盖封面(圆形接触/ Square这)帽。关上盖子人孔,管,球墨铸铁水处理系统  
    9. FRP钻石顶盖(特别切口 ) 盖井管罩的玻璃纤维切飞的大小。 

相关产品| 玻璃纤维盖 把手锁扣
  10.蛋箱天花板屏幕带盖屏幕格栅盖灯 通风空气过滤器
  11.天花板格子窗帘天花板,幕墙 栅栏隔断分区。遮篷,百叶窗板条
  12配挂板显示工具钩货架锯开板温尼伯孔壁挂存储工具
  13. FRP楼梯踏板收口步骤盖保护器罩鼻边缘装饰盖板滑动梯玻璃纤维
  14 HDG。钢格板夹锁紧夹紧固夹握把握把面板 不锈钢/耐腐蚀钢
  15. FormWork Ties系统:TieRod / ThreadBar WingNut WaterStopper